Open post

ไหว้พระขอพรที่ “หลวงพ่อสมหวัง วัดกลางบางพระ จ.นครปฐม” ขอได้สมหวังดั่งใจ !

วัดกลางบางพระ ตั้งอยู่ตำบลบางพระ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีพื้นที่กว่า 24 ไร่ เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งของประเทศไทย ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ.ศ.2326 เป็นวัดที่มีอายุใกล้เคียงกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เลยก็ว่าได้ วัดได้ถูกสร้างขึ้นที่บริเวณพระพุทธปฏิมากรจมน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างวัดบางพระกับวัดศรีมหาโพธิ์ เลยเป็นที่มาของชื่อ วัดกลางบางพระ

มีเรื่องเล่ากันว่า ในปี พ.ศ.2300 พม่าได้เข้าตีกรุงศรีอยุธยา ทั้งข้าราชบริพารและชาวบ้าน พระพุทธปฏิมากร และต้นศรีมหาโพธิ์ ได้ถูกอพยพไปทางเรือจากแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงคลองบางพระ ระหว่างทางเกิดพายุทำให้เรือล่ม พระพุทธปฏิมากรจมน้ำ แต่ต้นศรีมหาโพธิ์ลอยไปตามน้ำจากคลองบางพระไปจนถึงตำบลศรีมหาโพธิ์ที่เป็นบริเวณพื้นที่ดอน ต้นศรีมหาโพธิ์เลยโตขึ้นในบริเวณนั้น

ภายในวัดกลางบางพระจะประดิษฐานหลวงพ่อสมหวัง พระพุทธรูปปางมารวิชัย หรือสะดุ้งมาร ก่ออิฐถือปูน และประดับด้วยกระเบื้องโมเสก โดยภายในบรรจุมวลสารและแผ่นชนวนต่างๆ ที่ศักดิ์สิทธิ์ และยังอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ขนาด 9 นิ้ว จำนวน 99 องค์ บรรจุไว้ในองค์หลวงพ่อสมหวังอีกด้วยค่ะ

ปัจจุบันมีบรรดานักเสี่ยงโชคและและประชาชนทั่วไป เดินทางมาพึ่งใบบุญจากหลวงพ่อสมหวัง มาขอพรและถือโอกาสขอโชคลาภ ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจาก กทม. และชานเมือง มากันเป็นครอบครัว บางรายก็ติดไข่ไก่สดและผลไม้มาถวาย ขอพร บางรายก็ใช้สมหวัง(แห้ว) ที่ชื่อเหมือนหลวงพ่อสมหวังมาถวาย เพราะเชื่อว่าหลวงพ่อสมหวังชอบแห้วเป็นพิเศษ เมื่อนำมาถวายและบนบานศาลกล่าวสิ่งใดไว้ก็จะสำเร็จตามที่ขอไว้

ตรวจหวย คลิกที่นี่

สถานที่ขอหวย คลิกที่นี่

เฮลั่น..เจ้าของอู่เรือถูกหวย 12 ล้าน ทะเบียนรถให้โชค

หลังจากที่ได้ออก สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2564 เสร็จสิ้น มีผู้โชคดีจาก จ.อ่างทอง ถูกลอตเตอรี่ 2 ใบ ได้รับทรัพย์ก้อนโตจำนวน 12 ล้านบาท

ผู้โชคดีรายนี้ คือเจ้าของอู่ต่อเรือ ทราบชื่อ นางจงดี รอดคง อายุ 60 ปี ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 578171 จำนวน 2 ใบ รับเงินรางวัล 12 ล้านบาท นางจงดีได้เล่าว่า ที่บ้านทำอาชีพอู่ต่อเรือ ตนเป็นคนที่ชอบทำบุญ แต่ไม่เคยขอพรให้ถูกรางวัลที่ 1 และชอบซื้อลอตเตอรี่ทุกงวด ก่อนหน้ามีเจ้าอาวาสที่วัดหลวงวัง อ.แสวงหา ทักว่าโยมจะได้ลาภและรางวัลใหญ่ แต่ให้ซื้อรางวัลได้จากตามวัดตามโรงเรียน

ต่อมาตนจึงได้เดินทางไปวัดไชโยวรวิหาร จึงซื้อลอตเตอรี่ตามเลขทะเบียนรถ 1771 ซึ่งทะเบียนรถที่บ้านก็จะมีแต่เลข 7 กับ เลข 1 ที่ผ่านมาก็ถูกรางวัลเลขท้ายหลายครั้ง แต่ครั้งนี้กลับถูกรางวัลใหญ่ ได้รับเงินรางวัล 12 ล้านบาท หลังจากนี้จะนำเงินไปทำบ้านและทำบุญ

ตรวจหวย คลิกที่นี่

กระแสเลขเด็ด คลิกที่นี่

Open post

กรีนซีซั่นในช่วงนี้ ต้องเช็คอินที่เมืองเลย สัมผัสทะเลหมอกแบบใกล้ชิด ห้ามพลาด !

วันนี้เราจะมานำเสนอที่เที่ยว จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวทางภาคอีสาน ที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี เป็นเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อนกันไปมา อยู่ท่ามกลางสายหมอกปกคลุมเหนือยอดภู และอุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้นานาชนิดที่รู้จักกันดีคือ ภูกระดึง ภูหลวงและภูเรือ หรือจะเป็นเชียงคาน หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความเสน่ห์ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

จังหวัดเลยนอกจากจะมีจุดหมายปลายทางที่สวยสดงดงามแล้ว ในระหว่างการเดินทางก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้อีกเช่นกัน โดยเฉพาะเส้นทางคู่ขนาน เส้นทางหลักจากเพชรบูรณ์ที่จะมุ่งหน้าไป อ.เชียงคาน จ.เลย ในช่วงที่ฝนพรำแบบนี้จะค่อนข้างที่จะมีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามเป็นพิเศษ เส้นทางที่คดเคี้ยวหลายร้อยโค้ง ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า สลับกับต้นไม้สีเขียวชะอุ่ม ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา หมอกจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูพิเศษยิ่งขึ้นไปอีก เข้ากับช่วงกรีนซีซั่นเป็นบรรยากาศที่รื่นรมย์ วันนี้เราจึงนำภาพสวยๆของเส้นทางป่าเขา และท้องฟ้าสวยๆ ณ เมืองเลย มาฝากกัน

แต่การเดินทางไกลในช่วงฝนตกแบบนี้ก็อันตรายมากๆ เช่นกัน ดังนั้นก่อนการออกเดินทางในทุกๆครั้ง นักท่องเที่ยวควรจะเช็ครถให้ดีก่อนและเตรียมความพร้อมให้เรียบร้อย จะได้เที่ยวได้อย่างปลอดภัย หายห่วง ถึงที่หมายปลายทางได้โดยสวัสดิภาพ

ข่าวสารการท่องเที่ยว คลิกที่นี่

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว คลิกที่นี่

Open post

อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ผจญภัยไปกับธรรมชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ คงไม่มีใครไม่รู้จัก “อุทยานแห่งชาติลำคลองงู” เป็นอุทยานที่ตั้งอยู่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่ท่องเที่ยวที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น อุทยานสายโหด โหดยังไง เราไปดูกันเลย

จุดที่เราจะไป คือ หน่วยพิทักษ์ฯ เขาพระอินทร์ เป็นเส้นทางศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติสถานที่สำหรับแหล่งท่องเที่ยวถ้ำเสาหิน และถ้ำนกนางแอ่น สำหรับเส้นทางนี้ เราจะได้ไปเดินป่า ใส่เสื้อชูชีพ กระโดดน้ำ ลอดถ้ำ เพื่อเข้าไปดูความสวยงามของหินงอกหินย้อยและเสาหินขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งเปิดให้นักเดินทางได้เข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเวลาสั้นๆเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น คือ เดือนมีนาคมและเมษายน แต่จะต้องติดต่อจองทริปล่วงหน้า เนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์และเตรียมเจ้าหน้าที่ในการพาเข้าชม เส้นทางนี้ใช้ระยะเวลาในการท่องเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติ 2 วัน 1 คืน ทริปนี้เหมาะกับคนที่ชอบผจญภัยเป็นอย่างมาก

ช่วงที่ได้ไปตอนนั้น เป็นวันหยุดยาว 3 วัน จึงออกเดินทางตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ ไปกางเต๊นท์นอนที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ เขาพระอินทร์ แม้ว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อน แต่ตกกลางคืน ในที่ทำการอุทยานฯ เรียกได้ว่า อากาศเย็นมาก อุณหภูมิ 18 องศา บอกเลยว่านอนหลับสบายใจ ห่มผ้าอุ่นมาก

เช้าวันเสาร์ หลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะนัดรวมพลนักท่องเที่ยวเพื่อมาฟังสรุปการเตรียมพร้อมเดินทางตะลุยป่าและถ้ำ รวมถึงคำแนะนำที่ต้องปฏิบัติและข้อห้ามต่างๆที่ไม่ควรปฏิบัติในทริปนี้ มีนักท่องเที่ยว 10 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน ในแต่ละกลุ่มจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลกลุ่มละ 3 คน หลังจากที่ฟังบรรยายเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาตะลุยป่า โดยเจ้าหน้าที่จะพาเราขึ้นรถกะบะเพื่อไปยังจุดที่จะเดินไปถ้ำเสาหิน ระยะทางในการนั่งรถประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นจะเริ่มเดินไปยังจุดหน้าถ้ำระยะทาง 3 กิโลเมตร เป็นทางลาดลงเขา ผ่านทางเดินที่เป็นหินชั้นหินซ้อนก้อนใหญ่ๆไปจนถึงน้ำตก ซึ่งเป็นทางเข้าถ้ำ เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย เพราะจะได้แช่น้ำเย็นๆ หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางมาเกือบ 2 ชั่วโมง และตรงจุดนี้สามารถกระโดดน้ำได้ ถ้าใจกล้าพอ แต่ต้องห้ามลืมใส่ชีพไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันอันตรายจากน้ำที่ค่อนข้างเชี่ยวและลึกมาก

ถึงเวลาเดินเข้าถ้ำเสาหิน เพื่อไปชมไฮไลท์ เสาหินธรรมชาติที่ใหญ่ และสูงที่สุดในโลกที่มีการค้นพบได้ ในขณะนี้ เส้นทางที่จะเดินเข้าถ้ำ ต้องเดินผ่านป่าไปอีกนิดหน่อย เมื่อเข้าไปในถ้ำ ทุกคนต้องมีไฟฉายแบบคาดหัว ที่กันน้ำได้จะสะดวกที่สุด แล้วเดินตามกันไป โดยจะมีเจ้าหน้าที่แนะนำและช่วยประคองทุกคน ให้เกาะเชือกว่ายน้ำทวนกระแสน้ำเชี่ยวเข้าไปในถ้ำ และจะพักคอยเป็นระยะ เพื่อรอให้ชุดที่เข้าไปก่อนหน้าเราออกมา เราจึงจะเข้าไปได้ ในความทรมาน ระหว่างการรอคือ อากาศในถ้ำที่ว่าเย็นแล้ว เส้นทางที่จะเข้าไปดูเสาหิน เราจะต้องว่ายน้ำข้ามไป และน้ำก็เย็นยะเยือก บางคนถึงขั้นเป็นตะคริว ทรมานไปอีก แต่ภาพสุดท้ายในปลายถ้ำจุดที่ตั้งของเสาหิน มันช่างเป็นภาพที่ทำให้เรา “ตะลึงงัน” ถึงความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่สรรค์สร้างเสาหินขึ้นมา สำหรับเราไม่ถือว่าเสียเวลาและพลังงานแม้แต่น้อย แต่กลับคุ้มค่ากับการที่ได้มาเห็นความงามตามธรรมชาติแบบนี้ หมดไป 1 วันกับความเพลียแสนเพลีย กับถ้ำเสาหิน กลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย นอนหลับไหล ไปด้วยฤทธิ์ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ที่กินกันไว้ก่อนเลย

เช้าวันรุ่งขึ้นกับทริปเดินชมถ้ำนกนางแอ่น วันนี้ระยะทางเดินไม่ไกลมากนัก จะเดินเป็นวงกลม เข้าทางหนึ่ง และออกอีกทางหนึ่ง เรียกได้ว่า สบายกว่าวันแรก แต่เน้นกระโดดน้ำ มุดถ้ำ และส่องความงามของหินงอก หินย้อยรูปร่างแปลกตา แต่อลังการไม่แพ้ถ้ำที่อื่นๆ วันนี้เดินชิลๆ สบายๆ แต่ยังคงต้องสวมเสื้อชูชีพไว้ตลอดเวลาการเดินทาง ที่นี่ เราใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันก็จบทริป และนั่งรถกลับมารับประทานมื้อเที่ยงกันที่ทำการอุทยานฯ ก่อนจะเตรียมตัวเก็บข้าวของอาบน้ำ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ในทริป 2 คืน 2 วัน กับ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เรียกได้ว่า เป็นทริปที่โหดมาก แต่ก็สนุกมากอีกทริปหนึ่ง หากใครจะมาเที่ยวสายแอดเวนเจอร์แบบนี้ ต้องแนะนำว่าร่างกายต้องพร้อมจริงๆ ต้องแข็งแรงพอที่จะรับมือกับการเดินบนเส้นทางที่เรียกได้ว่า ทุลักทุเล และควรที่จะว่ายน้ำเป็น ใจกล้าที่จะกระโดดน้ำในระดับที่สูงกว่า 5 เมตร รวมถึงอุปกรณ์ช่วยชีวิต ต้องพร้อม ยารักษาอาการต่างๆหรือยาประจำตัว ต้องเตรียมมาให้พร้อม เพื่อตัวเราเองและไม่เป็นภาระของคนอื่น นอกเหนือสิ่งอื่นใด ต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ที่นำพาพวกเราจากจุดเริ่มต้น จนจบทริปอย่างปลอดภัยและช่วยเหลือในทุกๆอย่าง

ข่าวสารการท่องเที่ยว คลิกที่นี่

อุทยานแห่งชาติ คลิก

Open post

เช็คด่วน ! ดวงรายปักษ์คนเกิดวันอาทิตย์ วันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2564

บทความต่อไปนี้เป็นการ ดูดวง เช็คดวงรายปักษ์ ในช่วงวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2564 เป็นดวงของคนที่เกิดวันอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นดวงทางด้านการเงิน ด้านการงาน ด้านความรักและด้านสุขภาพ โดยจะมีรายละเอียดทุกด้านอย่างครบถ้วน ถ้าพร้อมแล้วเราไปเช็คดวงรายปักษ์กันเลย

ดูดวงรายปักษ์ของคนเกิดวันอาทิตย์ ประจำวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 64

ดวงทางด้านการเงิน

สำหรับท่านใดที่เกิดวันอาทิตย์และต้องการเช็คหรือดูดวงรายปักษ์ทางด้านการเงิน สำหรับในช่วงวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2564 นี้ ดวงการเงินของท่านจะมีทิศทางที่ดียิ่งขึ้น สิ่งที่คุณคาดหวังหรือคาดคิดเอาไว้ว่าจะได้มานั้น คุณจะสมหวังได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน แถมความสมหวังที่ว่านี้จะนำมาซึ่งเงินก้อนใหญ่ แต่จะต้องระมัดระวังอย่าให้คนใกล้ตัวยืมเงินเพราะอาจจะเป็นปัญหาได้ หากจะให้ใครยืมเงินควรตัดสินใจให้ถี่ถ้วน ถ้าไม่สนิทและคิดว่าไว้ใจไม่ได้ก็ไม่ควรให้ยืมเป็นอันขาด

ดวงทางด้านการงาน

คนเกิดวันอาทิตย์ในช่วงนี้อาจจะต้องพบเจอกับงานที่มีความหลากหลาย ซึ่งอาจจะมีงานเยอะและเข้ามาแบบพร้อม ๆ กัน จนกระทั่งทำให้คุณทำงานแทบจะไม่ทัน เพราะฉะนั้น ควรวางแผนให้ดีเป็นหลักจะส่งผลทำให้คุณสามารถจัดการงานได้ดียิ่งขึ้น

ดวงทางด้านความรัก

สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ที่มีคู่อยู่แล้ว อาจจะมีเวลาให้กับคนรักลดน้อยถอยลงไป เนื่องจากมีเหตุที่ทำให้คุณต้องหันไปโฟกัสสิ่งอื่น ๆ เพื่อให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น แต่เป็นความโชคดีของคุณตรงที่ คนรักของคุณก็พร้อมที่จะเข้าใจคุณอยู่เสมอ ส่วนทางด้านคนโสดนั้น ในช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเหงาใจอยู่บ้าง แต่ถ้าหากคุณได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ความเหงาเหล่านี้ก็จะหายไป

ดวงทางด้านสุขภาพ

ในช่วงวันที่ 1 – 15 ตุลาคมนี้ คนเกิดวันอาทิตย์อาจจะต้องพบเจอปัญหาทางด้านสุขภาพได้เช่นกัน อาจจะมีอาการปวดหัว เป็นไมเกรน หรือไม่ก็อาจจะนอนหลับได้ยากมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งส่งผลทำให้คุณนอนหลับได้ไม่เพียงพอ ทางออกที่ดีคือ คุณจะต้องลดความเครียดของคุณให้ลดน้อยถอยลงไป ซึ่งจะส่งทำให้อะไรๆ ดีขึ้นกว่าเดิม

โชคลาภ

ดวงของคนเกิดวันอาทิตย์ในช่วงวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 64 นี้ ทางด้านโชคลาภอาจจะไม่ค่อยดีนัก หากคุณต้องการอยากจะเสี่ยงดวงให้คุณหลีกเลี่ยงที่จะเสี่ยงดวงในวันศุกร์ ส่วนวันอื่นๆสามารถเสี่ยงดวงได้ แต่ไม่ดีเท่าไหร่นัก

เป็นยังไงกันบ้าง กับการเช็คดวงรายปักษ์ของคนที่เกิดวันอาทิตย์ ประจำวันที่ 1 – 15 ตุลาคม 2564 สำหรับดวงของคนที่เกิดวันอาทิตย์ถือได้ว่ามีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีผสมและปะปนกันไป ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ทางที่ดีคนที่เกิดวันอาทิตย์ควรที่จะวางแผนชีวิตและเรื่องของหน้าที่การงาน ควรดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้มากยิ่งขึ้น แล้วปัญหาทุกๆอย่างจะค่อยๆคลี่คลาย ยังไงก็ขอให้คนที่เกิดวันอาทิตย์ทุกๆคนโชคดีนะคะ

ดูดวง คลิกที่นี่

ดูดวงรายปักษ์ คลิกเลย

Open post

เรื่องน่ารู้ก่อนไป “หมู่เกาะสุรินทร์” สวรรค์ของคนรักทะเล

วันนี้เรามีเป้าหมายที่จะไปดู “หมู่เกาะสุรินทร์” ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ทางเราจึงได้ติดต่อจองเรือดำน้ำของบริษัทซาบีน่าทัวร์ ซึ่งเป็นบริษัท ท่องเที่ยว บริษัทเดียวในตอนนี้ที่ยังเปิดให้บริการนำเที่ยวไปหมู่เกาะสุรินทร์ทุกวัน ส่วนบริษัทนำเที่ยวอื่นๆให้บริการนำเที่ยวแบบวันเว้นวัน ซึ่งเราได้รู้จักคนในพื้นที่ช่วยประสานเรื่องราคาให้ จึงได้ราคาค่าบริการถูกกว่าที่อื่น เพราะราคาปกติคงจะเกือบ 2000 บาท

การไปหมู่เกาะสุรินทร์ เราเริ่มเดินทางจากอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ไปท่าเรือคุระบุรี ต้องใช้เวลา ราวๆเกือบ 3 ชั่วโมงครึ่ง จึงต้องตื่นกันแต่เช้า เพื่อไปลงทริปดำน้ำให้ทันเวลา 8.30 น. มาถึงที่บริษัทซาบีน่าทัวร์ ได้รับการต้อนรับอย่างดี เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียน (เป็นรูปภายในบริษัท) และหลังจากนั้นมีอาหารเช้ามาเสิร์ฟ เป็นไก่ทอดกับข้าวเหนียว ที่รสชาติอร่อย พร้อมกับ เครื่องดื่ม ไมโล กาแฟ โอวันติน และปาท่องโก๋ ในระหว่างที่เรากำลังทานอาหารเช้านั้น ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาอธิบายทำความเข้าใจการไปดำน้ำ หลังจากนั้นก็ไปลงเรือสปีดโบ๊ทลำใหญ่ เพื่อไปยังจุดดำน้ำ ตอนแรกก็ลุ้นอยู่ว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมดำน้ำเยอะแน่นอน แต่ปรากฎว่านักท่องเที่ยวที่มา ดำน้ำแบบวันเดย์ทริป มีเพียงกลุ่มเราเท่านั้น

ส่วนอีกประมาณ 6-8 คน มาแบบค้างคืน ใช้เวลาการเดินทางจากท่าเรือไปถึงหมู่เกาะสุรินทร์ 1 ชั่วโมง 10 นาที พวกเราก็นั่งไปหลับไป เพราะความง่วงที่ต้องตื่นแต่เช้า จนกระทั่งถึงหมู่เกาะสุรินทร์ จากที่ง่วงๆก็ต้องตะลึง กับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือน้ำสีเขียวมรกตและใสมากๆ ราวกับเรือหางยาวลอยได้ จะมีเรือหางยาวที่มาจอดรอ เพื่อรอรับลูกค้าที่มาค้างคืนไปส่งตามจุดต่างๆ ส่วนกลุ่มเราก็ลงเรือหางยาวอีกลำเช่นกัน เพื่อไปหมู่บ้านมอร์แกน ชมวิถีการเป็นอยู่ และได้เป็นตัวแทนผู้ใจบุญ นำหนังสือการเรียนและสื่อการเรียนการสอนที่เสริมสร้างทักษะเด็กไปแจกให้กับเด็กชาวมอร์แกน จากนั้นก็ถึงเวลาที่รอคอย ได้ดำน้ำสมใจ เพราะ ทั้งเรือมีเพียงกลุ่มเราเท่านั้น

จุดที่ 1 คือ ช่องขาด จุดนี้มีปลาเยอะมาก ยิ่งเจอมาเป็นฝูงๆ ยิ่งสวยงาม ปะการังก็ทอดยาว สมบูรณ์สวยงาม

จุดที่ 2 เรียกว่าอ่าวแม่ยาย ปลาอาจจะน้อย แต่แนวปะการังสมบูรณ์มากๆ วางแนวทอดยาว เป็นกิโลเมตร เรียกได้ว่า ก้มลงไปมองตรงไหนก็เจอแต่ปะการัง

จุดที่ 3 อ่าวบอน จุดนี้เป็นจุดที่เรือมาจอดให้เรือหางยาวมารับลูกค้าครั้งแรก จุดนี้แค่อยู่บนเรือก็มองเห็นปลาลายเสือ และอีกหลากหลายชนิดอย่างชัดเจน และยิ่งได้ลงไปดำดูใต้น้ำ ก็ยิ่งหลงไหลมากๆ และไม่อยากจะขึ้นมาจากน้ำเลย แต่เวลามีจำกัด จึงต้องนั่งเรือกลับสู่ท่าเรือคุระบุรี คิดไว้ว่า หากมีโอกาส จะต้องกลับมาอีกครั้ง

เมื่อกลับมาถึงท่าเรือ อาบน้ำอาบท่าและขับรถกลับที่พัก ด้วยความที่ไปตระเวนมาทั้งวัน ก็เริ่มหิว จึงได้แวะ “ร้านในเหมือง” อาหารใต้ขึ้นชื่อของที่นี่มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไหลบัวกะทิกุ้ง ได้รับรางวัล michelin star 2 ปีติด หมูฮ้อง หมูคั่วพริกเกลือ ผัดผักเหมียง รสชาติก็อร่อยเด็ดจริง พออิ่มหนังตาเริ่มหย่อนกลับที่พัก ที่จองไว้ คือ LA ve la เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย

ข่าวสารการท่องเที่ยว คลิกที่นี่

ท่องเที่ยวทะเลไทย คลิกที่นี่

Scroll to top